ต่อเติมบ้าน วิธีคุมงบไม่ให้บานปลาย
เราต่างรู้กันดีว่าการต่อเติมบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายที่สามารถตัดสินใจและลงมือทำได้ภายในวันเดียว อีกทั้งงบประมาณในการ
ต่อเติมบ้านของแต่ละคนที่เคยเจอมาก็มักจะใช้เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ตลอด
จึงทำให้หลาย ๆ คนจำต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมในบ้านเดิม ๆ เพราะยังไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ ในวันนี้เราขอนำคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณในการแต่งบ้านมาฝากกัน
ไปดูกันดีกว่าว่าการต่อเติมบ้าน ควรจะทำอย่างไรบ้างให้งบไม่บานปลาย
- กำหนดงบประมาณที่คุณจะใช้สำหรับการต่อเติมบ้าน แต่ละส่วนให้ชัดเจนอย่างเช่น ค่าแบบ ค่าวัสดุ ค่าแรงต่าง ๆ เพื่อคุมให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้
- ลิสต์รายชื่อวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับการ
ต่อเติมบ้าน จากนั้นก็จัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ โดยคำนวณจากความความจำเป็นของอุปกรณ์แต่ละชนิด
- ก่อนการต่อเติมบ้าน ไม่ควรจ่ายเงินทั้งหมดให้กับผู้รับเหมา แต่ควรแบ่งจ่ายให้กับผู้รับเหมาเป็นงวด ๆ เพราะหากผู้รับเหมาทำงานได้ไม่ตรงกับความต้องการ คุณก็ยังสามารถเปลี่ยนผู้รับเหมาได้
- ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการต่อเติมบ้าน และขอคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับช่างผู้เชี่ยวชาญหรือคนรอบข้างเอาไว้ให้มาก ๆ เพราะช่วงที่คุณต่อเติมบ้าน ผู้รับเหมาจะต้องเข้าออกบ้านคุณบ่อย ๆ
ดังนั้นควรใช้คนที่คุณรู้สึกไว้ใจได้เท่านั้น
- พยายามควบคุมการใช้จ่ายให้อยู่ภายในงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ก็ควรตรวจสอบให้มั่นใจด้วยว่าของนำมาใช้ในการต่อเติมบ้าน เป็นของที่ได้คุณภาพตรงตามสเปคที่วางเอาไว้จริง ๆ
- ควรหาเวลาเดินตรวจสอบราคาของวัสดุจากแหล่งต่าง ๆ และเลือกซื้อวัสดุเหล่านั้นด้วยตัวเองบ้าง เผื่อจะได้ของราคาถูกกว่าที่ช่างต่อเติมบ้านหาได้
- ควรจำเอาไว้ว่าการ
ต่อเติมบ้าน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างของบ้านใหม่ แค่การเปลี่ยนสีผนัง เปลี่ยนพรม หรือเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ก็ถือว่าเป็นการต่อเติมบ้าน ได้เหมือนกัน ดังนั้นหากคุณไม่อยากเสียเงินก้อนใหญ่
อาจจะโละของเก่าแล้วนำของใหม่มาแทนที่ก็ได้
- อย่าลืมตรวจเช็กปริมาณของสี และวัสดุ
ต่อเติมบ้าน บางอย่างด้วยว่า มีปริมาณพอกับความต้องการกับการใช้หรือไม่ เช่น สีทาบ้าน กระเบื้อง เป็นต้น โดยควรเตรียมสี และกระเบื้อง สำรองเอาไว้รองรับเหตุการณ์ในอนาคตด้วย
อย่างเช่น ใช้แต่งแต้มบริเวณแทนสีหลุดลอก หรือบริเวณที่มีรอยเปรอะเปื้อนต่าง ๆ เผื่อว่าวันหนึ่งอาจจะไม่มีสีโทนที่คุณใช้อยู่ หรือลายกระเบื้องแบบเดียวกันให้เลือกซื้ออีก
- ควรจ่ายเงินก้อนสุดท้ายให้กับผู้รับเหมาต่อเมื่อเสร็จสิ้นการต่อเติมบ้าน ทุกขั้นตอน และทุกอย่างได้ตามความต้องการของคุณแล้วเท่านั้น ไม่อย่างนั้นคุณคงต้องแบกรับความเสี่ยงในความรับผิดชอบของช่างต่อเติมบ้านเอาไว้เอง
ให้ปวดหัว
- หากมีความผิดพลาดหรือจุดบกพร่องจากการทำงานของผู้รับเหมา
ต่อเติมบ้าน ต้องรีบคุยกันให้เข้าใจเพื่อให้ทำการแก้ไขให้เรียบร้อย อย่าใจอ่อนคิดว่าไม่เป็นไรเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจต้องเสียเงิน
ในการต่อเติมบ้านเพิ่มขึ้นในภายหลังได้นะคะ
ต่อเติมบ้าน เพื่ออยู่อาศัยกับคนไทยเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร เหตุเพราะชาวสยามเมืองยิ้มส่วนใหญ่มีหัวคิดในเชิงสร้างสรรค์ติดตัวมาแต่อ้อนแต่ออกแทบทุกคน ต่อเติมบ้านอีกประการพวกเราชาวขวานทองนิยมชมชอบ
ที่จะให้ลูกๆ หลานๆ พักรวมกับกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย อยู่ภายในบริเวณรั้วรอบเดียวกันส่งผลให้ต้องต่อเติมบ้านเพื่อขยับขยายเนื้อที่บ้านเพิ่มขึ้นทุกระยะตามความเจริญเติบโตของสมาชิกในครอบครัว
ว่ากันว่าหมู่บ้านจัดสรรที่เห็นผุดขึ้นที่โน่นที่นี่ไม่เว้นแต่ละวันนั้นไม่ว่าจะตั้งอยู่ซอกมุมไหนของประเทศไทย มีผู้คนช่างสังเกตเคยจัดทำสถิติเอาไว้ว่าจะมีการตกแต่งต่อเติมบ้าน กว่า 300% แทบทุกโปรเจ็กต์
หรือจะว่าไปทุกๆ หลังคาเรือนจะต่อเติมบ้าน เพื่อขยับขยายเนื้อที่เพิ่มอย่างน้อยๆ สามครั้งสามครา
- นับตั้งแต่วันแรกที่โอนจะทุบพื้นที่จอดรถ ต่อเติมบ้านขยายหลังคาเทพื้นใหม่
- เมื่ออยู่ไปได้สักระยะปีสองปี จะทำการว่าจ้างผู้รับเหมา ต่อเติมบ้านห้องครัวออกไปทางด้านข้างหรือด้านหลัง
- เมื่อบุตรหลานแต่งงานแต่งการ พ่อแม่จะติดต่อสถาปนิกออกแบบต่อเติมบ้านห้องหอเป็นของขวัญ
นี่ยังไม่นับรวมกรณีที่อยู่ๆ ไปหัวหน้าครอบครัว หรือคนเฒ่าคนแก่แข้งขาอ่อนแรงเดินขึ้นบันไดไม่ไหว จำเป็นต้องต่อเติมบ้าน ใช้พื้นที่ว่างๆ บริเวณชั้นล่างของบ้าน
ต่อเติมบ้านดัดแปลงสำหรับเป็นที่หลับนอนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งห้อง ว่าก็ว่าเถอะการต่อเติมบ้านทั้งสามครั้งสามคราส่วนใหญ่มักจะผิดกฎเทศบัญญัติแทบทั้งนั้นและไม่มีใครห้ามใครในเรื่องนี้ได้หรอกนะ
เพราะเข้าตำรา ใช่เฉพาะเขาตัวเราก็เป็นเหมือนกัน แม้คุณเองก็เถอะน่า เพียงทุกครั้งที่ทำการต่อเติมบ้าน โปรดคำนึงถึงกฎกติกามารยาทอย่างน้อยๆ 3 ประการ
1.ระเบียบเทศบัญญัติของรัฐ
2.ธรรมนูญข้อบังคับของหมู่บ้านและหรือของคอนโดฯ
3.ความเดือดร้อนรำคาญของเพื่อนร่วมซอย
อย่างแรกโปรดรำลึกเสมอว่า กฎระเบียบเทศบัญญัติกองควบคุมอาคารเขากำหนดเรื่องการก่อสร้างและต่อเติมบ้าน ทั้งบ้านเดี่ยว ทั้งบ้านแถวหรือทาวน์เฮ้าส์เอาไว้หลายประการ
กรณีต่อเติมบ้านเดี่ยวชั้นเดียวถึงสองหรือสามชั้นจะต้องเป็นไปตามหลักสำคัญ 5 – 6 ประเด็น ดังต่อไปนี้
จะต้องเว้นที่ว่าง 30%
หน้าต่างและริมระเบียง จะต้องห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อยๆ 2 เมตร
ความสูงจะต้องไม่เกินสามชั้นและมีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร
ต่อเติมบ้าน ต้องถอยร่นแนวจากศูนย์กลางถนนสาธารณะ 3 เมตร
ต่อเติมบ้าน ต้องอยู่ห่างจากอาคารอื่นไม่น้อยกว่า 4 เมตร (กรณีสูงไม่เกิน 9 เมตร) และ 6 เมตร (กรณีความสูงเกิน 9 เมตรขึ้นไป)
ความสูงต่อชั้น 2.60 เมตร
สำหรับ ต่อเติมบ้านทาวน์เฮ้าส์ และ ต่อเติมบ้านตึกแถวนั้นมีระเบียบกฎเกณฑ์ 5 – 6 ประเด็น คือ
ต่อเติมบ้าน ต้องมีที่ว่างด้านหลังอาคาร 2 เมตร ด้านหน้าอาคาร 3 เมตร และข้างอาคารทั้ง 2 ด้าน 2 เมตร
ต่อเติมบ้าน จะต้องถอยร่นแนวอาคารจากศูนย์กลางสาธารณะ 6 เมตร กรณีไม่ติดถนนสาธารณะต้องมีที่ว่างหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 เมตร
ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 ชั้น มีความสูงต่อชั้น 2.60 เมตร
ความกว้างของห้องนอนไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร หรือไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร ยาวไม่เกิน 24 เมตร
ความกว้างของอาคารจะต้องไม่น้อยกว่า 4 เมตร และยาวไม่เกิน 24 เมตร และมีพื้นที่ชั้นล่างไม่น้อยกว่า 24 ตร.ม.
สำหรับการคำนึงถึงระเบียบอย่างที่สองคือ ธรรมนูญข้อบังคับของหมู่บ้านและคอนโดฯ ซึ่งถือเป็นกฎระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกัน มีหลากหลายโครงการ
ส่วนใหญ่สาระสำคัญในประเด็นหลักๆ มักจะคล้ายกันผมจะหยิบยกตัวอย่างของโครงการหนึ่งให้ดู เขากำหนดกติกาเมื่อบ้านหลังใดทำการตกแต่งต่อเติมบ้านไว้หลายอย่าง
ส่วนประการที่สามคือ ความเดือดร้อนรำคาญของเพื่อนร่วมซอย ทุกครั้งที่ว่าจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้านโปรดคำนึงแบะดูแลควบคุมในปัญหา หลักๆ 2 – 3 ประเด็น ประเด็นต่อไปนี้ คือ
เรื่องแรกคือ เสียง การทุบ เจาะและไสไม้อย่าให้ดังเกินควรกรุณาหามาตรการป้องกัน ประเด็นที่สอง ความสะอาด ทั้งฝุ่นและเศษวัสดุก่อสร้างจะต้องหาหนทางกำจัดมิให้ลอยคละคลุ้งหรือปลิวว่อนไปสู่บ้านใกล้เรือนเคียง
และเรื่องที่สาม คือ ตำแหน่งที่ตั้งวางอุปกรณ์ปลูกสร้าง ประเภทอิฐ หิน ปูน และทราย ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจะเทกองอยู่บนถนนหรือทางเท้า
เหมาะที่สุดต้องจัดเตรียมพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในบริเวณรั้วบ้านของเราเองเป็นที่วางตั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าถนนซอยส่วนใหญ่มักจะแคบๆ ขืนเอาวัสดุอุปกรณ์ไปกองไว้การนำรถเข้าๆ ออกๆ ของเพื่อบ้านจะไม่สะดวกเท่าที่ควร อีกอย่างอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังอยู่ในวัยซุกซนอีกด้วย